|
รายงานสถานการณ์ยางธรรมชาติ ประจำเดือนกรกฎาคม 2569
เศรษฐกิจโลก
ภาพรวมเศรษฐกิจโลกในเดือนกรกฎาคม 2569 อยู่ในภาวะ “ขยายตัว ต่อเนื่อง แต่ไม่ทั่วถึง และยังเผชิญความไม่แน่นอนสูง” โดยภาคเทคโนโลยีและการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับ AI/อิเล็กทรอนิกส์ยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ ขณะที่ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ราคาพลังงาน ความตึงเครียดด้านการค้า และแรงกดดันเงินเฟ้อยังคงจำกัดการฟื้นตัว IMF ประเมินเศรษฐกิจโลกปี 2569 ขยายตัว 3.0% และปี 2570 ที่ 3.4% พร้อมระบุว่ากระบวนการลดลงของเงินเฟ้อโลกเริ่มชะงักลง ขณะที่ Global Composite PMI เดือนกรกฎาคมอยู่ที่ 52.6 สะท้อนกิจกรรมเศรษฐกิจโลกยังอยู่ในภาวะขยายตัว สำหรับสหรัฐฯ มีภาคธุรกิจแข็งแกร่ง แต่ตลาดแรงงานเริ่มชะลอตัว ส่วนจีนมีแรงกดดันจากอุปสงค์ภายในและภาคอสังหาริมทรัพย์ ส่วนไทยได้รับแรงหนุนจากการส่งออกสินค้าเทคโนโลยีและการลงทุน แต่การบริโภค การท่องเที่ยว และต้นทุนค่าครองชีพยังเป็นข้อจำกัดต่อการ ฟื้นตัว และเศรษฐกิจไทยยัง “โตแบบไม่ทั่วถึง” ภาคส่งออกอิเล็กทรอนิกส์และการลงทุนเทคโนโลยีแข็งแรง แต่ครัวเรือน SMEs การท่องเที่ยว และอุตสาหกรรมดั้งเดิมยังมีแรงกดดันจากต้นทุนและกำลังซื้อ
สภาพอากาศ
เดือนกรกฎาคม 2569 มีลักษณะฝนตกไม่สม่ำเสมอ แต่มีฝนหนักเป็นระยะ และทวีความรุนแรงขึ้นในช่วงปลายเดือน จากอิทธิพลของมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ร่องมรสุม และหย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณเวียดนามตอนบน ซึ่งในภาพรวมสภาพอากาศเดือนนี้จะส่งผลลบต่อปริมาณยางระยะสั้นมากกว่าผลบวก เพราะฝนตกถี่และฝนหนักทำให้วันกรีดลดลง โดยเฉพาะภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตก วัตถุดิบที่ออกสู่ตลาดจึงมีแนวโน้มไม่สม่ำเสมอและอาจลดลงชั่วคราว อย่างไรก็ตาม ความชื้นเป็นผลดีต่อการเจริญเติบโตของต้นยางในระยะกลาง แต่ต้องเฝ้าระวังโรคใบร่วง โรคหน้ากรีด และน้ำท่วมขัง ซึ่งอาจกระทบผลผลิตในระยะต่อไป
ยางพารา
ตลาดยางพาราเดือนกรกฎาคม 2569 อยู่ในภาวะทรงตัวระดับสูงท่ามกลางความผันผวน โดยปัจจัยพื้นฐานของตลาดโลกยังค่อนข้างเป็นบวกจากภาวะอุปสงค์ยางธรรมชาติที่มีแนวโน้มสูงกว่าผลผลิต การเติบโตของอุตสาหกรรมรถยนต์และการส่งออกยานยนต์ของจีน รวมถึงข้อจำกัดด้านผลผลิตจากสภาพอากาศในประเทศผู้ผลิตหลัก ขณะที่ความเสี่ยงจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน ความไม่แน่นอนด้านการค้า ค่าเงินบาท และแนวโน้มราคาน้ำมันที่อาจลดลงยังเป็นแรงกดดันสำคัญ สำหรับครึ่งหลังปี 2569 คาดว่าราคายางธรรมชาติยังมีแนวโน้มทรงตัวในระดับสูงถึงปรับเพิ่มขึ้นเป็นช่วงๆ แต่จะมีความผันผวนมาก โดยต้องติดตาม El Niño สถานการณ์ตะวันออกกลาง เศรษฐกิจและอุตสาหกรรมยานยนต์จีน ตลอดจนการเตรียมความพร้อมด้าน EUDR ซึ่งจะเริ่มมีผลอย่างมีนัยสำคัญต่อโครงสร้างการค้ายางพาราตั้งแต่ปลายปี2569 เป็นต้นไป สำหรับปริมาณส่งออกยางพาราเดือนมิถุนายน 2569 มูลค่า 350,808 ตัน มูลค่า 24,126 ล้านบาท
ตลาดน้ำมันโลก
ตลาดน้ำมันโลกเดือนกรกฎาคม 2569 เป็นตลาดขาขึ้นที่เกิดจากความเสี่ยงจากความกังวลด้านอุปทาน โดยเฉพาะการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซและช่องแคบบับเอลมันเดบและการขนส่งมากกว่าการขยายตัวของอุปสงค์ แต่ยังต่ำกว่าระดับก่อนเกิดความขัดแย้งอย่างมีนัยสำคัญ ราคาน้ำมัน Brent และ WTI เพิ่มขึ้น 24% และ 21% ตามลำดับ แม้อุปทานจากตะวันออกกลางฟื้นตัวบางส่วน แต่ระดับการส่งออกยังต่ำกว่าก่อนสงคราม สต็อกน้ำมันอยู่ในระดับตึงตัว และตลาดผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปยังขาดแคลน ทิศทางในระยะถัดไปจึงขึ้นอยู่กับการเปิดช่องแคบฮอร์มุซและความคืบหน้าของการเจรจาหยุดยิงเป็นสำคัญ
ปัจจัยส่งผลกระทบ/ ประเด็นที่ติดตาม
- ราคาน้ำมันดิบและสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์
- ค่าเงินบาท (แข็งค่า) อาจลดความสามารถในการแข่งขันด้านราคาของผู้ส่งออกไทย
- ความต้องการจากจีนและอุตสาหกรรมยานยนต์
- สภาพอากาศ โรคพืช และปริมาณผลผลิต
- มาตรฐานเพื่อความยั่งยืนของห่วงโซ่อุปทานและ Green Transition
- ต้นทุนการผลิตเพิ่มสูงจากราคาปุ๋ย สารเคมี และพลังงาน
หมายเหตุ: ข้อมูลต่างๆ ที่ปรากฏ เป็นข้อมูลที่ได้จากแหล่งข้อมูลที่หลากหลาย ซึ่งได้นำมารวบรวมและวิเคราะห์ประมวลผล ทั้งนี้ การเผยแพร่ข้อมูลเป็นไปเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลแก่ผู้สนใจเท่านั้น โดยสมาคมยางพาราไทย จะไม่รับผิดชอบในความเสียหายใดใดที่อาจเกิดขึ้นจากการที่มีบุคคลนำข้อมูลนี้ไปใช้ไม่ว่าโดยทางใด
|