ยางพารา พืชเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศไทย มีผู้เกี่ยวข้องที่เป็นเกษตรกร ผู้ประกอบการแรงงาน บุคลากรภาครัฐ และบุคคลที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ ประมาณ 1 ล้านครอบครัว จำนวนไม่น้อยกว่า 6 ล้านคนทั่วประเทศ ก่อให้เกิดรายได้แก่ประเทศจากการส่งออกผลผลิตยางดิบ ผลิตภัณฑ์ยางและไม้ยางพารา ปีละกว่า 400,000 ล้านบาท ไทยเป็นทั้งผู้ผลิตและผู้ส่งออกยางพาราและผลิตภัณฑ์ยางอันดับ 1 ของโลก ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2534 เป็นต้นมา โดยปี 2552 ไทยผลิตยาง 3.16 ล้านตัน ส่งออก 2.73 ล้านตัน(ร้อยละ 86 ของผลผลิตทั้งหมด) และใช้ในประเทศ 399,415 ตัน(ร้อยละ 12 ของผลผลิตทั้งหมด) ไทยพึ่งพาตลาดส่งออกเป็นหลัก การส่งออกส่วนใหญ่อยู่ในรูปวัตถุดิบแปรรูปขั้นต้นซึ่งมีมูลค่าเพิ่มต่ำ เช่น ยางแผ่นรมควัน ยางแท่ง และน้ำยางข้น ทำให้สร้างรายได้เข้าสู่ประเทศและมีผลในการยกระดับรายได้ของเกษตรกรไม่มากเท่าที่ควร
แนวทางสำคัญในการเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมยางไทย คือยุทธศาสตร์การพัฒนายางพารา พ.ศ.2552-2556 โดยคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ สาระสำคัญคือ การสร้างความเข้มแข็งให้เกษตรกรและผู้ประกอบการด้านยาง การเพิ่มผลผลิต สนับสนุนด้านการตลาด เพิ่มมูลค่ายางธรรมชาติโดยการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ยาง ส่งเสริมการใช้ยางในประเทศมากขึ้น ลดการส่งออกวัตถุดิบยางไปยังตลาดต่างประเทศ และเพิ่มการใช้ผลิตภัณฑ์ยางในประเทศไทยให้มากขึ้น ยุทธศาสตร์พัฒนายางพารา พ.ศ. 2552-2556 มีกลยุทธ์หลักในการดำเนินการ 8 กลยุทธ์ด้วยกันคือ 1) การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและคุณภาพยางที่เป็นวัตถุดิบ 2)การพัฒนาระบบตลาดยางในประเทศและต่างประเทศ 3) การพัฒนาด้านอุตสาหกรรมแปรรูปยาง ผลิตภัณฑ์ยางและไม้ยางพารา 4) การปรับปรุงระบบบริหารจัดการภาครัฐ 5) ผลักดันความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อสนับสนุนประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน 6) การสนับสนุนการวิจัย 7) เสริมรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรชาวสวนยาง และ 8) การพัฒนาบุคลากร ส่วนเป้าหมายที่คาดว่าจะได้รับหลังจากสิ้นสุดแผนในปี 2556 แล้ว คือ1) เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตยางพาราภายในประเทศต่อหน่วยพื้นที่ ไปอีกไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 2) เพิ่มปริมาณการใช้ยางในประเทศขึ้นอีกร้อยละ 46 3) ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมยางของไทยมีขีดความสามารถในการแข่งขันกับต่างชาติมากขึ้น สามารถเพิ่มมูลค่าการส่งออกผลิตภัณฑ์ยางและไม้ยาง จาก 178,935 ล้านบาท ในปี 2551 เป็น 230,000 ล้านบาท ในปี 2556 4) เกษตรกรมีรายได้จากการทำสวนยางไม่น้อยกว่าปีละ 15,000 บาทต่อไร่ และ5) เกษตรกรชาวสวนหรือคนกรีดยางมีสวัสดิการสังคม
สมาคมยางพาราไทย คาดหวังว่าการบูรณาการความร่วมมือระหว่างทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และเกษตรกรชาวสวนยาง จะเป็นการพัฒนาศักยภาพยางพาราไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป