|
รายงานสถานการณ์ยางธรรมชาติ ประจำเดือนมีนาคม 2569
เศรษฐกิจโลก
ความขัดแย้งอิหร่าน–สหรัฐฯ/อิสราเอลได้กลายเป็นการช็อกด้านพลังงาน-ขนส่ง-เงินเฟ้อรอบใหม่ มากขึ้นโดยราคาน้ำมัน Brent ปรับขึ้นแรงเกือบ 59% ในเดือนมีนาคม และยังคงอยู่ในระดับสูง เพราะตลาดยังกังวลต่อการรบกวนเส้นทางส่งออกผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่ OECD เตือนว่าราคาพลังงานที่สูงขึ้นจะดันเงินเฟ้อและกดการเติบโตเศรษฐกิจโลกต่อเนื่องเข้าสู่ไตรมาส 2/2569 เศรษฐกิจโลกเดือนมีนาคม 2569 มองว่าความเสี่ยงอาจจะเปลี่ยนจากเรื่องดอกเบี้ยและการค้า ไปอยู่ที่ด้านพลังงานแทน ซึ่งประเทศผู้นำเข้าน้ำมันในเอเชียและยุโรปจะเปราะบางกว่ากลุ่มผู้ส่งออกพลังงาน และภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบอันดับต้นๆ คือ สายการบิน โลจิสติกส์ ปิโตรเคมี ปุ๋ย พลาสติก อาหาร และอุตสาหกรรมใช้พลังงานเข้มข้น ภาพรวมเศรษฐกิจไทยอยู่ในสภาวะที่ต้องเผชิญกับปัจจัยท้าทายหลายด้าน ทั้งจากความผันผวนของภูมิรัฐศาสตร์โลกและความเปราะบางภายในประเทศ แม้จะมีแรงหนุนจากภาคการท่องเที่ยวและการส่งออกกลุ่มเทคโนโลยีอยู่บ้าง เศรษฐกิจไทยในเดือนมีนาคม 2569 ยังมีความไม่แน่นอน ทั้งจากปัจจัยภายในและภายนอก ค่าเงินบาทผันผวน ปัจจัยความเสี่ยงจากภาษีสหรัฐฯ ความกังวลทางเศรษฐกิจจากสงครามหลัก คือ ภาวะเงินเฟ้อสูง จากราคาพลังงานและอาหารที่พุ่งสูงขึ้น เนื่องจากการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทาน เสี่ยงต่อการเกิดภาวะเศรษฐกิจชะงักพ่วงเงินเฟ้อ (Stagflation) โดยเฉพาะในภูมิภาคที่พึ่งพาการนำเข้าพลังงานและวัตถุดิบ เมื่อสงครามลากยาว ผลกระทบต่อไทยเริ่มชัดในฝั่งต้นทุนพลังงานและค่าครองชีพ ซึ่งรัฐบาลไทยกำลังพิจารณา ลดภาษีน้ำมัน เพื่อลดผลกระทบ ล่าสุดราคาดีเซลในไทยกระโดดขึ้นแรง หลังรัฐหยุดตรึงราคา โดยในบางช่วงขึ้น 6 บาท/ลิตร และนอกจากภาคอุตสาหกรรมต่างๆ และภาคการขนส่งที่ได้รับผลกระทบหนัก ภาคประชาชนก็ปรับตัวยากลำบาก อีกทั้งต้องแบกรับภาระเพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน ทั้งนี้ รัฐบาลควรเร่งหามาตรการดำเนินการเพื่อปรับตัวรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนทั้งในระยะสั้น-ระยะยาว เพื่อให้ประชาชนได้มีการเตรียมพร้อมและสามารถปรับตัวได้ทัน อย่างไรก็ตามการติดตามภาวะเศรษฐกิจในปี 2569 ต้องให้ความสำคัญกับปัจจัยเสี่ยงใหม่ที่สืบเนื่องมาจากปี 2568 โดยเฉพาะนโยบายการค้าโลกและการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจในประเทศและการติดตามสถานการณ์สงครามตะวันออกกลางระหว่างการโจมตีระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลต่ออิหร่าน ที่จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกในวงกว้าง เช่น การปรับตัวสูงขึ้นของราคาพลังงาน การคมนาคมและขนส่งโลจิสติกส์ เป็นต้น ทั้งนี้ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ได้กำหนดการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ครั้งที่ 2/2569 ในวันพุธที่ 29 เม.ย. 2569 รอติดตามสถานการณ์และผลการประชุมครั้งถัดไป
สภาพอากาศ
สภาพอากาศในเดือนมีนาคม 2569 เป็นช่วงกลางฤดูร้อน ทั่วไทยตอนบนมีอากาศร้อนถึงร้อนจัด อากาศแห้ง และมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน อุณหภูมิเฉลี่ยสูงสุดจะอยู่ระหว่าง 37-40 องศาเซลเซียส บางพื้นที่อาจสูงถึง 43 องศาเซลเซียส ส่วนบริเวณภาคใต้จะมีอากาศร้อนกับมีฝนฟ้าคะนองบางแห่งเนื่องจากจะมีลมตะวันออกหรือลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้
ยางพารา
ในเดือนมีนาคม 2569 ราคายางพาราในตลาดโลกผันผวนในทิศทางขาขึ้น แต่ความเสี่ยงสำคัญของอุตสาหกรรมยางไทยไม่ได้อยู่แค่ “ราคายาง” แต่อยู่ที่ ต้นทุนตลอดห่วงโซ่ ตั้งแต่ขนส่งในประเทศ ค่าระวางเรือ ค่าประกันภัย การส่งออก ไปจนถึงต้นทุนพลังงานของกลุ่มอุตสาหกรรมโรงงานแปรรูป หากช่องแคบฮอร์มุซยังถูกรบกวน ตลาดจะเผชิญต้นทุนเชื้อเพลิงและปิโตรเคมีสูงต่อเนื่อง ซึ่งจะกระทบภาคการผลิต ตั้งแต่พลาสติกจนถึงยางสังเคราะห์และยางล้อ ผลกระทบต่อยางพาราไทยในรอบนี้ ไม่ใช่ลบทั้งหมด แต่เป็นภาพ “บวกต่อราคา / ลบต่อต้นทุนและอุปสงค์ปลายน้ำ” กล่าวคือ ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นทำให้ ยางสังเคราะห์มีต้นทุนแพงขึ้น เพราะพึ่งพาน้ำมันและแนฟทา ขณะเดียวกัน Reuters รายงานว่าจีนซึ่งผลิตยางสังเคราะห์เกือบครึ่งโลกกำลังเผชิญปัญหาวัตถุดิบตึงตัว จนผู้ผลิตยางล้อและถุงมือบางส่วนเริ่มพิจารณา ปรับสูตรหรือหันมาใช้ยางธรรมชาติมากขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนเชิงโครงสร้างต่อยางธรรมชาติในระยะสั้นถึงกลาง ในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 มีปริมาณส่งออกยางพารา 4.16 แสนตัน เป็นมูลค่า 2.33 หมื่นล้านบาท
ราคาน้ำมันดิบ WTI & Brent
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสและเบรนท์มีแนวโน้มผันผวน อุปทานน้ำมันดิบยังคงหยุดชะงักอย่างต่อเนื่องจากสถานการณ์ ความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงยืดเยื้อโดยเฉพาะความ ขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังไม่มีข้อยุติ อย่างไรก็ดี Saudi Aramco มีแผนปรับลดการส่งออกไปยังเอเชีย และเผชิญข้อจำกัดด้านเส้นทางขนส่งน้ำมันสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงาน สหรัฐฯ (EIA) เปิดเผยตัวเลข นํ้ามันดิบคงคลังสหรัฐฯ ประจำสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 20 มี.ค. 69 ปรับเพิ่มขึ้น 69 ล้านบาร์เรล สู่ระดับ 456.2 ล้านบาร์เรล
หมายเหตุ: ข้อมูลต่างๆ ที่ปรากฏ เป็นข้อมูลที่ได้จากแหล่งข้อมูลที่หลากหลาย ซึ่งได้นำมารวบรวมและวิเคราะห์ประมวลผล ทั้งนี้ การเผยแพร่ข้อมูลเป็นไปเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลแก่ผู้สนใจเท่านั้น โดยสมาคมยางพาราไทย จะไม่รับผิดชอบในความเสียหายใดใดที่อาจเกิดขึ้นจากการที่มีบุคคลนำข้อมูลนี้ไปใช้ไม่ว่าโดยทางใด
|