|
รายงานสถานการณ์ยางธรรมชาติ ประจำเดือนเมษายน 2569
เศรษฐกิจโลก
กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ประเมินว่าเศรษฐกิจโลกปี 2569 จะขยายตัวประมาณ 3.1% และปี 2570 ประมาณ 3.2% ภายใต้สมมติฐานว่าสงครามตะวันออกกลางจำกัดวงและไม่ยืดเยื้อเกินไป แต่ความเสี่ยงยังเอียงไปทางขาลง โดยเฉพาะจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ ภาวะเงินเฟ้อ ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ และความผันผวนในตลาดการเงิน ซึ่งแรงกดดันใหญ่ที่สุดในเดือนนี้คือ ราคาพลังงาน ซึ่งธนาคารโลกได้ประเมินว่าราคาพลังงานปี 2569 อาจเพิ่มสูงขึ้น 24% จากผลกระทบของสงครามตะวันออกกลาง ขณะที่ราคาสินค้าโภคภัณฑ์โดยรวมอาจเพิ่มขึ้น 16% และราคาปุ๋ยอาจเพิ่มขึ้น 31% ซึ่งจะส่งผลต่อเงินเฟ้อ ต้นทุนการผลิต และภาคเกษตรทั่วโลก อย่างไรก็ตาม แนวโน้มเศรษฐกิจโลกปี 2569 เริ่มชะลอลง โดย WTO คาดว่าปริมาณการค้าสินค้าโลกจะขยายตัวเพียง 1.9% ในปี 2569 จาก 4.6% ในปี 2568 และหากราคาน้ำมันสูงยืดเยื้อจากสงครามตะวันออกกลาง การค้าโลกอาจชะลอลงเหลือประมาณ 1.4% (องค์การการค้าโลก) สินค้าที่ช่วยพยุงการค้าโลกคือ AI-related goods, อิเล็กทรอนิกส์, ชิ้นส่วนดิจิทัล, สินค้า ICT และสินค้าเกี่ยวกับดาต้าเซ็นเตอร์ ขณะที่กลุ่มที่ถูกกดดันคือ พลังงาน ยานยนต์ และสินค้าที่มีต้นทุนโลจิสติกส์สูง อีกทั้ง องค์การการค้าและการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNCTAD) ยังระบุว่าการเติบโตของการค้าในช่วงต้นปี 2569 ยังมีอยู่ แต่มีความเปราะบางมากขึ้นจากต้นทุนการค้า ภาษี มาตรการกีดกัน และปัญหาการขนส่งในช่องแคบฮอร์มุซ เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวชะลอลงจากสงครามในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงผ่านการเพิ่มภาระต้นทุนให้กับภาคธุรกิจและการบั่นทอนกำลังซื้อของภาคครัวเรือน ขณะที่อัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มปรับสูงขึ้นในปี 2569 ธนาคารแห่งประเทศไทยประเมินว่าเศรษฐกิจไทยปี 2569 จะชะลอลงเหลือประมาณ 1.5% และปี 2570 อยู่ที่ 2.0% เนื่องจากสงครามตะวันออกกลางทำให้ต้นทุนธุรกิจสูงขึ้น กำลังซื้อครัวเรือนลดลง และจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติได้รับผลกระทบจากต้นทุนเดินทางและข้อจำกัดด้านเที่ยวบิน สำหรับผลการประชุม กนง. ในวันที่ 29 เมษายน 2569 คณะกรรมการฯ มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ร้อยละ 1.00 ต่อปี
สภาพอากาศ
สภาพอากาศในเดือนเมษายน 2569 ประเทศไทยมีอากาศร้อนอบอ้าวถึงร้อนจัดเกือบตลอดเดือน โดยเฉพาะประเทศไทยตอนบน อุณหภูมิสูงสุดแตะระดับกว่า 42°C หลายพื้นที่ ส่งผลต่อความเสี่ยงด้านภัยแล้ง น้ำใช้เพื่อการเกษตร ช่วงครึ่งหลังของเดือนมีฝนฟ้าคะนองเพิ่มขึ้นจากพายุฤดูร้อนและอิทธิพลมวลอากาศเย็นจากจีน ส่งผลให้บางพื้นที่มีฝนหนัก ลมกระโชกแรง และอากาศแปรปรวนก่อนเข้าสู่ฤดูฝน
ยางพารา
ในเดือนเมษายน ราคายางโลกปรับตัวขึ้นชัดเจน โดยข้อมูล Trading Economics ระบุว่าราคายาง ณ วันที่ 30 เมษายน 2569 อยู่ที่ 215.40 US cents/kg เพิ่มขึ้น 7.38% ในรอบเดือน และเพิ่มขึ้น 27.99% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งตลาดยางธรรมชาติโลกเดือนนี้ได้รับแรงหนุนจากความกังวลด้านอุปทาน อุปทานตึงตัวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ภาวะภัยแล้งบางพื้นที่ และราคาวัตถุดิบในไทย/เวียดนามที่สูงขึ้น โดยส่งผลให้เกษตรกรได้อานิสงส์จากราคาที่อยู่ในระดับสูงขึ้น แต่ผลผลิตอาจยังจำกัดจากฤดูกาลและสภาพอากาศ ทำให้รายได้ขึ้นอยู่กับปริมาณกรีดจริง ในเดือนมีนาคม 2569 มีปริมาณส่งออกยางพารา 4.5 แสนตัน เป็นมูลค่า 2.56 หมื่นล้านบาท และในไตรมาสที่ 1/2569 มีปริมาณส่งออกยางพารา 1.24 ล้านตัน มูลค่า 6.97 หมื่นล้านบาท
ราคาน้ำมันดิบ WTI & Brent
ราคาน้ำมันดิบยังคงผันผวน โดยราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสและเบรนท์ปรับเพิ่มขึ้นกว่า 6% เนื่องจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังอยู่ในระดับสูงจากการเจรจายุติสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ที่ยังคงหาข้อสรุปไม่ได้ โดยสหรัฐฯ ปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซห้ามเรือเข้าออกท่าเรือของอิหร่านอย่างเบ็ดเสร็จ สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงาน สหรัฐฯ (EIA) เปิดเผยตัวเลข นํ้ามันดิบคงคลังสหรัฐฯ ประจำสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 24 เม.ย. 69 ปรับลดลง 6.2 ล้านบาร์เรล สู่ระดับ 459.5 ล้านบาร์เรล
หมายเหตุ: ข้อมูลต่างๆ ที่ปรากฏ เป็นข้อมูลที่ได้จากแหล่งข้อมูลที่หลากหลาย ซึ่งได้นำมารวบรวมและวิเคราะห์ประมวลผล ทั้งนี้ การเผยแพร่ข้อมูลเป็นไปเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลแก่ผู้สนใจเท่านั้น โดยสมาคมยางพาราไทย จะไม่รับผิดชอบในความเสียหายใดใดที่อาจเกิดขึ้นจากการที่มีบุคคลนำข้อมูลนี้ไปใช้ไม่ว่าโดยทางใด
|