ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับูมิาค (“RCEP” หรือ “อาร์เซ็ป”) เป็นความตกลงร่วมกันของอาเซียนกับออสเตรเลีย จีน ญี่ปุ่น เกาหลี และนิวซีแลนด์ ให้กว้างและลึกขึ้น โดยทุกประเทศรวมกันมีมูลค่าผลิตัณฑ์มวลรวม(GDP) ประมาณ 30 % ของ GDP โลก และมีประชากรรวมกันถึง 2,252 ล้านคน คิดเป็น 30 % ของประชากรโลก ความตกลงอาร์เซ็ปมีคุณสมบัติสำคัญ 4 ประการคือ 1) มีความทันสมัย โดยมีการปรับปรุงขอบเขตของความตกลงการค้าเสรีระหว่างอาเซียนกับคู่เจรจาที่มีอยู่แล้ว(อาเซียน+1) กับ 5 ประเทศ และคำนึงถึงการเปลี่ยนแปลงและรูปแบบการค้าตามความเป็นจริงที่เกิดขึ้น 2) มีความครอบคลุม ทั้งในส่วนของขอบเขตและความลึกของข้อผูกพัน โดยมีบทบัญญัติพิเศษที่ครอบคลุมการค้าสินค้า บริการ รวมถึงกฎระเบียบ และประเด็นด้านกฎหมาย นอกจากนี้ความตกลงอาร์เซ็ปบรรลุการเปิดเสรีการค้าสินค้าและบริการ และการลงทุน 3)มีคุณาพสูง โดยความตกลงอาร์เซ็ปประกอบด้วยบทบัญญัติที่เกินกว่าความตกลงอาเซียน+1 ที่มีอยู่ และตระหนักถึงระดับการพัฒนาและความต้องการทางเศรษฐกิจที่แตกต่างกันของาคีแต่ละประเทศ และ 4)ได้รับประโยชน์ร่วมกัน ด้วยความตกลงอาร์เซ็ปเป็นการรวมประเทศที่มีความแตกต่างกันในระดับของการพัฒนา และได้รับการออกแบบให้เหมาะสมและยืดหยุ่นแก่ประเทศาคีสมาชิกอาร์เซ็ป
For men and women, the top Swiss
replica breitling watches UK can be best choices.
The best quality Canada
fake watches can meet common demands. All the hot replica watches for sale are available.
ความตกลงอาร์เซ็ปจะเป็นประโยชน์ร่วมกันในการสร้างสาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยให้เกิดการขยายตัวทางการค้าการลงทุนายในูมิาค รวมถึงสร้างความเติบโตและพัฒนาสู่เศรษฐกิจโลก และนำไปสู่โอกาสในการเข้าสู่ตลาดและการจ้างงานของาคธุรกิจและประชาชนในูมิาค โดยความตกลงอาร์เซ็ปจะดำเนินงานควบคู่และสนับสนุนระบบการค้าพหุาคีที่เปิดกว้าง ครอบคลุม และเป็นไปตามกติกา โดยมีสาระสำคัญ 20 บทคือ 1)บทบัญญัติเบื้องต้นและคำนิยามทั่วไป 2)การค้าสินค้า 3)กฎถิ่นกำเนิดสินค้า 4)พิธีการศุลกากรและการอำนวยความสะดวกทางการค้า 5)มาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช 6) มาตรฐาน กฎระเบียบทางเทคนิค และกระบวนการตรวจสอบและรับรอง 7)การเยียวยาทางการค้า 8)การค้าบริการ 9)การเคลื่อนย้ายชั่วคราวของบุคคลธรรมดา 10)การลงทุน 11)บททรัพย์สินทางปัญญา 12)พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ 13)การแข่งขันทางการค้า 14)วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม 15)ความร่วมมือทางเศรษฐกิจและวิชาการ 16)การจัดซื้อจัดจ้างโดยรัฐ 17)บทบัญญัติทั่วไปและข้อยกเว้น 18)บทบัญญัติเกี่ยวกับสถาบัน 19)บทการระงับข้อพิพาท และ 20)บทบัญญัติสุดท้าย
ประเทศไทยได้เข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนครั้งที่ 37 และมีการลงนามความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับูมิาค(อาร์เซ็ป) โดยรัฐมนตรีการค้าาคีสมาชิกทั้ง 15 ประเทศ เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2563 โดยไทยจะได้นำอาร์เซ็ป เข้าสู่การประชุมรัฐสา เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบในการให้สัตยาบัน คาดว่าจะมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการกลางปี 2564 ซึ่งข้อตกลงอาร์เซ็ปจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศไทย ทั้งเรื่องการลดาษีสินค้าบริการ การลงทุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสินค้าเกษตร ได้แก่ มันสำปะหลัง ยางพารา สินค้าอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งอาหาร ตลอดจนสินค้าอุตสาหกรรมทั้ง อุปกรณ์ไฟฟ้า พลาสติก ชิ้นส่วนยานยนต์ และาคบริการก็จะได้ประโยชน์จากข้อตกลงนี้
จากข้อมูลดังกล่าว ประมวลได้ว่าความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับูมิาค(อาร์เซ็ป)จะก่อให้เกิดประโยชน์ร่วมกันในกลุ่มประเทศาคีสมาชิกอาร์เซ็ป และจะเป็นเขตการค้าเสรีที่ใหญ่ที่สุดในโลกซึ่งมีมูลค่ามหาศาล คาดว่าจะก่อให้เกิดผลประโยชน์เชิงยุทธ์ศาสตร์ให้กับสังคมยางและประเทศไทยโดยาพรวมเช่นเดียวกัน
นายไชยยศ สินเจริญกุล
นายกสมาคมยางพาราไทย